CD-RWCD-RW (ย่อมาจาก compact disc, rewriteable) เป็นประเภทของรูปแบบคอมแพ็คดิสก์ที่ยอมให้บันทึกหลายครั้ง (worm) ที่ยอมให้บันทึกบนซีดี 1 ครั้ง รูปแบบ CD-RW ได้รับการแนะนำโดย Hewlett-Packard, Mitsubishi, Philips, Ricoh และ Sony ในเอกสารข้อกำหนดของพวกเขาในปี 1997 หรือ Orange Book ก่อนการออกวาง Orange Book ซีดีเป็นการอ่านเฉพาะ audio (CD-Digital Audio, อธิบายใน Red Book) ที่เล่นได้ในเครื่องเล่นซีดีและมัลติมีเดีย (CD-ROM) หรือเล่นในเครื่องคอมพิวเตอร์ในไดร์ฟ CD-ROM หลังจาก Orange Book ผู้ใช้สามารถสร้างซีดีของตัวเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไดร์ฟ CD-RW สามารถเขียนได้ทั้งดิสก์ CD-R และ CD-RW รวมทั้งสามารถอ่านซีดีทุกประเภท
database
database (ฐานข้อมูล) เป็นกลุ่มของข้อมูล ที่มีการจัดการเพื่อทำให้ เข้าถึง จัดการและปรับปรุงได้ง่าย ประเภทของฐานข้อมูล ที่เด่นมาก คือ relational database ซึ่งฐานข้อมูลเก็บข้อมูลในแบบของตาราง ทำให้สามารถจัดการและเข้าถึงได้หลายวิธี distributed database เป็นฐานข้อมูลที่สามารถกระจายและ replicate ระหว่างจุดต่าง ๆ บนเครือข่าย object-oriented programming database หมายถึงข้อมูลที่กำหนดในอ๊อบเจค class และ subclassdatabase เป็นที่เก็บรวบของเรคคอร์ดข้อมูล หรือไฟล์ เช่น รายการการขาย รายการผลิตภัณฑ์ คลังสินค้า หรือรายละเอียดของลูกค้า โดยปกติผู้จัดการฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการอ่าน เขียน เข้าถึง ระบุการ การสร้างรายงาน และวิเคราะห์การใช้ ฐานข้อมูล และผู้จัดการฐานข้อมูล มีบทบาทเด่นในระบบเมนเฟรม ระบบเวิร์กสเตชัน ระบบขนาดกลาง เช่น AS 400 และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษา Structured Query Language เป็นภาษามาตรฐาน สำหรับการสร้าง คิวรี่ ในปรับปรุงฐานข้อมูล เช่น IBM's DB2, Microsoft Access , Sybase และ Computer Associates
LANLocal area network (LAN) เป็นกลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้สายติดต่อร่วมกัน เพื่อใช้ทรัพยากรของเครื่องแม่ข่ายร่วมกันภายในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยปกติเครื่องแม่ข่ายจะเก็บข้อมูล และโปรแกรมประยุกต์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ลูกข่ายสามารถเข้ามาใช้ได้ ขนาดของ LAN อาจจะประกอบผู้ใช้ 2-3 ราย หรือหลายพันราย เทคโนโลยีหลัก - Ethernet - Token ring - Attached Resource Computer Network - Fiber Distributed-Data Interface ตามปกติ ชุดของโปรแกรมประยุกต์สามารถเก็บไว้ในเครื่องแม่ข่าย ผู้ใช้สามารถเข้าเรียกมาใช้ข้อมูล และโปรแกรมโดยทำงานจากเครื่องลูกข่ายได้ ในขณะที่การสั่งพิมพ์และบริการอื่นเป็นการทำงานที่เครื่องแม่ข่าย การใช้ไฟล์ร่วมกับผู้ใช้รายอื่นบนเครื่องแม่ข่าย ต้องมีการกำหนดสิทธิโดยผู้บริหารระบบเครื่องแม่ข่ายของ สามารถใช้ Web server ได้ถ้ามีระบบป้องกันข้อมูล และโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ภายในจากการเข้าถึงของบุคคลภายนอก
objectใน object-oriented programmable (OOP), object เป็นสิ่งที่ต้องการคิดถึงเป็นสิ่งแรก ในการออกแบบโปรแกรม และเป็นหน่วยของรหัสที่มาจากกระบวนการ ในแต่ละอ๊อบเจคที่สร้างใน class ของอ๊อบเจค และ class ได้รับการกำหนด ดังนั้น อ๊อบเจคสามารถแบ่งแบบจำลองและใช้ class definition ใหม่ในชุดคำสั่ง แต่ละอ๊อบเจคเป็น instance ของ class หรือ sub class ด้วยเมธอดของ class หรือ procdure และตัวแปร อ๊อบเจคเป็นสิ่งที่ทำงานในคอมพิวเตอร์
RAMRAM (Random Access Memory) เป็นสถานที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบปฏิบัติการโปรแกรมประยุกต์ และข้อมูลที่คำสั่งใช้งานเก็บไว้เพื่อทำให้ ไมโครโพรเซสเซอร์นำไปประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว RAM เป็นที่เก็บที่สามารถผ่านและเขียนได้รวดเร็วกว่าที่เก็บชนิดอื่น ของเครื่องคอมพิวเตอร์ , ฮาร์ดดิสก์ , ฟล็อปบี้ดิสก์ และ ซีดี - รอม อย่างไรก็ตามการเก็บข้อมูลไว้ใน RAM ทำได้เมื่อมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
WindowWindow เป็นพื้นที่การมองที่แยกกันบนจอภาพคอมพิวเตอร์ในระบบ ที่ยอมให้มีพื้นที่การมองหลายพื้นที่ ในฐานที่เป็นส่วนของ graphical user interface (GUI) Windows ได้รับการจัดการโดย window manager ในฐานะที่เป็นส่วนของระบบ WindowsWindows สามารถปรับขนาดได้โดยผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น สามารถปรับขอบ ขยายใหญ่ ลดขนาดและปิด ปัจจุบันระบบปฏิบัติการ multitasking ให้ผู้ใช้สามารถมีหลาย Windows บนจอภาพในเวลาเดียวกัน และทำงานเมื่อผู้ใช้เลือกWindows ใช้ครั้งแรกในฐานะที่เป็นส่วนของ Apple Macintosh ต่อมา Microsoft สร้างความคิดพื้นฐาน ของระบบปฏิบัติการ Windows (ซึ่งเป็น graphical user interface สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ DOS) X Window System ได้รับการพัฒนาในฐานะเป็นระบบ Cross-platform Window เปิดสำหรับผู้ใช้เครือข่าย ซึ่งยินยอมให้โปรแกรมลูกข่าย ในคอมพิวเตอร์ ส่งคำขอการบริการ Windowing ในฐานะ เวิร์กสเตชัน
Parallel
parallelในบริบทของอินเตอร์เฟซและการประมวลผล parallel หมายถึงมีเหตุการณ์มากว่า 1 เหตุการณ์ เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียว ซึ่งแตกต่างจาก serial ที่หมายถึง มีเพียงเหตุการณ์เดียวเกิดขึ้นในเวลาเดียว ในการส่งข้อมูล เทคนิคการแบ่งเวลาและที่ว่างที่มีการใช้นั้น การแบ่งเวลาเป็นการแบ่งบิต ของสารสนเทศเพื่อส่งแบบ serial ส่วนการแบ่งที่ว่างสามารถส่งหลายบิตในแบบ parallelในบริษัทของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และการส่งผ่านข้อมูล การต่อเชื่อมแบบ serial การทำงาน และตัวกลางมักจะแสดงถึง การทำงานที่ง่ายและช้า การต่อเชื่อมแบบ parallel และการทำงาน แสดงถึง การทำงานที่เร็วกว่า การชี้วัดนี้อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะตัวกลางแบบ serial (เช่น เคเบิล, fiber optic) สามารถทำงานได้เร็ว ตัวกลางที่ช้า ซึ่งนำส่งหลายสัญญาณแบบ parallel การเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบดั้งเดิม โดยทั่วไปเป็นการต่อแบบ serial เนื่องจากโปรโตคอลการส่งผ่านแบบ serial คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม โดยทั่วไปเป็นการต่อแบบ serial โดยคอมพิวเตอร์อ่านโปรแกรม และทำงานกับคำสั่งทีละคำสั่ง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์บางแบบ มีหลายโพรเซสเซอร์ที่สามารถแบ่งคำสั่งและทำงานแบบ parallel
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
